อินเดียกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดผู้บริโภคที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ทั้งในแง่จำนวนประชากร กำลังซื้อ ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ สำหรับแบรนด์ไทยที่กำลังมองหาโอกาสเติบโตในต่างประเทศ ตลาดอินเดียเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ ด้วยศักยภาพมหาศาลที่ยังเปิดกว้างอีกมาก S39 Digital Agency พร้อมเดินหน้าสู่ตลาดอินเดีย พร้อมเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคในทุกมิติ เพื่อช่วยให้แบรนด์ไทยวางกลยุทธ์ได้อย่างตรงจุด เข้าถึงผู้บริโภคอย่างแม่นยำ และก้าวทันเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ในอินเดีย
ทำความเข้าใจตลาดอินเดีย

ที่มา PIB Delhi
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศอินเดียมีการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะชะลอตัวช่วงโควิด แต่ก็กลับมาโตแรงในปีถัดมา และรักษาอัตราเติบโตระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน จนทำให้ตลาดอินเดียได้รับการจับตามองจากนานาประเทศในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก โดยปี 2024-2025 คาดว่า GDP จะขยายตัว 6.5% ในแง่ Real GDP และสูงถึง 9.9% ในแง่ Nominal GDP สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดอินเดียที่ยังมีโอกาสอีกมากในอนาคต ทั้งด้านกำลังซื้อและคนรุ่นใหม่ซึ่งคิดเป็น 42.7% ของประชากรทั้งหมดที่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่อยู่เสมอ ยังไม่รวมถึงการที่หลายเมืองในประเทศอินเดียกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม พลังงาน และดิจิทัล เพื่อต่อยอดศักยภาพทางเศรษฐกิจให้ไปไกลกว่านี้อีก
ในขณะเดียวกัน ด้านอีคอมเมิร์ซของตลาดอินเดียก็กำลังโตแบบก้าวกระโดด คาดว่ามูลค่าตลาดจะพุ่งสูงถึง 400,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 และมีผู้ซื้อออนไลน์กว่า 500 ล้านคน ซึ่งเติบโตเกือบเท่าตัวจากสถิติปี 2022
นอกจากด้านเศรษฐกิจ อินเดียยังเป็นประเทศที่มียอดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตติดอันดับสองของโลก ปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานกว่า 880 ล้านคน และจะทะลุ 900 ล้านในปี 2025 และ Insights ที่น่าสนใจคือ โปรไฟล์ผู้ใช้งานใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงนี้ มากกว่า 65% เป็นผู้หญิงและกว่า 56% มาจากเมืองรอง ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่น่าสนใจและนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดอินเดียควรให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่เพียงในเมืองใหญ่ แต่รวมถึงเมืองรองที่คนในพื้นที่เริ่มคุ้นชินกับการซื้อของออนไลน์มากขึ้นเรื่อย ๆ
พฤติกรรมผู้บริโภคอินเดียในปี 2025

ผู้บริโภคอินเดียมีความหลากหลายสูง ทั้งในด้านรายได้ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมการซื้อ คนในเมืองใหญ่กับเมืองรองมีความต่างกันชัดเจน ไม่ใช่ทุกคนจะคุ้นชินกับเทคโนโลยีหรือมองหาสินค้าแบบเดียวกัน จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคอินเดียสามารถแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ Poor Rural รายได้น้อย อาศัยในชนบท ช้อปแบบจำเป็น ไม่เน้นแบรนด์, Poor Dreamers รายได้น้อยกว่ากลุ่มที่อาศัยเมืองใหญ่ แต่เริ่มเปิดรับไลฟ์สไตล์ใหม่ อยากลองของใหม่แต่ยังระวังเรื่องเงิน, Young and Savvy วัยรุ่น เมืองใหญ่ เปิดรับเทคโนโลยี ชอบเทรนด์ใหม่ ชอบลองสินค้าใหม่, Middle India กลุ่มชนชั้นกลางดั้งเดิม มีรายได้มั่นคง ช้อปแบบผสมผสาน เน้นคุ้มค่า, Connected Aspirants คนเมืองรายได้ปานกลางถึงสูง ใช้โซเชียลเก่ง เปิดรับแบรนด์ ชอบดีลและโปรโมชั่น, Conservative Rich คนรวยสายอนุรักษ์นิยม ให้ความสำคัญกับคุณค่าแบบดั้งเดิม เน้นความน่าเชื่อถือ, Sophisticated Rich คนรวยรุ่นใหม่ ชอบความหรู เน้นภาพลักษณ์ บริการส่วนตัว และสินค้าพรีเมียม
หากจัดกลุ่มผู้บริโภคอินเดียสามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
- Value Seeker คนกลุ่มนี้มองหาของคุ้มค่า แต่ก็พร้อมจ่ายถ้าได้คุณภาพที่เหมาะสม ผู้บริโภคกลุ่มนี้เปิดรับแบรนด์ใหม่และชอบเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ
- Low-Income Mass Market หรือกลุ่มรายได้น้อย ซึ่งยังเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ คนกลุ่มนี้เริ่มคุ้นชินกับโลกดิจิทัลมากขึ้น ต้องการสินค้าที่เข้าถึงง่าย ราคาถูก และสะดวกซื้อ ร้านโชห่วยหรือ Kirana Store ยังคงเป็นศูนย์กลางการซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันของคนกลุ่มนี้
- Premium & Brand-Conscious คนกลุ่มนี้อยู่ในเมืองใหญ่ รายได้สูง และมองหาแบรนด์ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์หรือสร้างประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ได้เลือกเพราะราคาถูก แต่เลือกเพราะความเชื่อมั่นในคุณภาพและแบรนด์
พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคอินเดียสามารถสะท้อนถึงความแตกต่างระหว่างกลุ่มได้อย่างชัดเจน แม้อินเดียจะเป็นประเทศที่มียอดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับสองของโลก หลายคนอาจคิดว่าคนอินเดียต้องซื้อของออนไลน์เยอะแน่ ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนอินเดียยังซื้อของผ่านร้านโชห่วย (Kirana Store) เป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่ม Low-Income และ Value Seeker คิดเป็นกว่า 89% ของยอดขายสินค้า FMCG ทั้งประเทศ เพราะนอกจากปัจจัยด้านราคา สินค้าทั่วไป สะดวกซื้อ เข้าถึงได้ง่ายแล้ว ยังมีปัจจัยด้านความสัมพันธ์ระหว่างร้านค้ากับชุมชน คนเลือกซื้อเพราะความไว้วางใจ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อในระยะยาว ทำให้ร้านโชห่วยยังมีบทบาทสำคัญในการซื้อขาย เป็นอีกหนึ่ง Insights ที่แบรนด์ไทยควรทำความเข้าใจหากต้องการขยายไปตลาดอินเดีย

ที่มา PCMI
ในขณะที่กลุ่ม Premium & Brand-Conscious ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ มีรายได้สูงและใส่ใจแบรนด์ จะไม่สนใจปัจจัยด้านราคาเท่าสองกลุ่มก่อนหน้า แต่สนใจเกี่ยวกับคุณภาพหรือประสบการณ์ของสินค้ามากกว่า ผู้บริโภคกลุ่มนี้เริ่มขยับพฤติกรรมมาซื้อของโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) หรือผ่านอีคอมเมิร์ซมากขึ้น
จากข้อมูลข้างต้น ส่งผลให้พฤติกรรมการชำระเงินเริ่มเปลี่ยนผ่านจากการใช้เงินสดเป็น Digital Payment ผ่าน UPI (Unified Payments Interface) คล้ายพร้อมเพย์ในไทย คิดเป็นกว่า 58% ของทั้งประเทศ คนอินเดียเริ่มคุ้นเคยกับ Micro-payment ผ่าน UPI มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้จ่ายเล็ก ๆ ไม่เกิน 100 รูปีต่อครั้ง ทั้งกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เดลิเวอร์รี่ เรียกรถ หรือ Entertainment Subscription ต่าง ๆ สิ่งนี้กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้คุ้นชินกับการจ่ายเงินเพื่อสิ่งเล็ก ๆ แบบต่อเนื่อง (Pay-per-use / On-demand) แทนที่จะรอซื้อก้อนใหญ่ครั้งเดียว อย่างไรก็ตามในเมืองรองส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้เงินสดอยู่เกือบครึ่งหนึ่ง และนี่จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แบรนด์ต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงแค่แบ่งกลุ่มลูกค้าออกตามรายได้ แต่ยังต้องเข้าใจ Insights และพฤติกรรมการใช้จ่ายแต่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มด้วย
พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย

ที่มา We Are Social
เมื่อพูดถึงช่องทางที่ผู้บริโภคอินเดียใช้เสพข้อมูลข่าวสารรวมไปถึงเชื่อมต่อกับแบรนด์ต่าง ๆ โซเชียลมีเดียยังคงเป็นช่องทางหลักในการรับรู้และค้นหาสินค้าใหม่ ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ที่ใช้ชีวิตบนโลกโซเชียลตลอดเวลา แพลตฟอร์มหลักที่คนอินเดียใช้มีหลากหลาย อย่างเช่น 3 อันดับแรก ได้แก่ WhatsApp (80.8%) Instagram (77.9%) Facebook (67.8%) ด้วยตัวเลขที่สูงเช่นนี้อาจสะท้อนได้ว่าผู้บริโภคอินเดียยังคงให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มคอมมูนิตี้และมีเนื้อหาสั้น นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มท้องถิ่นอย่าง ShareChat และ Moj ซึ่งเป็นวิดีโอแพลตฟอร์มอยู่พอสมควร โดยคนอินเดียใช้เวลาไถคอนเทนต์มากขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างวัน (In-between moments) พฤติกรรมนี้ยังเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนรูปแบบการเสพสื่อที่ชัดเจน จากเดิมที่ดูหนังยาว 3 ชั่วโมงในโรงภาพยนตร์ หรือดูซีรีส์ยาว ๆ ตอนละ 1 ชั่วโมง ตอนนี้คนอินเดียหันมาให้ความสนใจกับคอนเทนต์แบบสั้นไม่เกิน 10-20 นาที มากขึ้น แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมการเสพสื่อของคนอินเดียนั้นให้ความสำคัญกับคอนเทนต์แบบสั้น แต่เสพต่อได้เรื่อย ๆ
ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพรวมของผู้บริโภคอินเดียได้อย่างชัดเจน หากแบรนด์ต้องการเจาะตลาดอินเดีย ต้องเข้าใจโครงสร้างพฤติกรรมที่ซับซ้อน ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่รวมถึงช่องทางการซื้อ พฤติกรรมการชำระเงิน และพฤติกรรมการเสพสื่อที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน
S39 Digital Agency พร้อมพาแบรนด์ไทยสู่ตลาดอินเดีย

S39 Digital Agency ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสใหม่ให้กับแบรนด์ไทย โดยได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกับ คุณสุนทรี พัฒนจักร ผู้อำนวยการ Thai Trade Center (TTC) Mumbai และ คุณอิศฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานมุมไบ เกี่ยวกับแนวโน้มและโอกาสทางการค้าในตลาดอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอีคอมเมิร์ซ พฤติกรรมผู้บริโภค ระบบโลจิสติกส์ หรือ Cold Supply Chain ที่กำลังเติบโต
การพบปะครั้งนี้ช่วยให้เราเข้าใจอินเดียในมุมลึกมากขึ้น ทั้งพฤติกรรมการซื้อสินค้าและโอกาสของสินค้าไทยในตลาดที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีศักยภาพในการขยายตัวสูง เราเชื่อว่านี่คือก้าวสำคัญในการต่อยอดความรู้สู่กลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์จริงในตลาดอินเดีย
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอินเดีย และต้องการพันธมิตรที่เข้าใจทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค ระบบการค้า และเทรนด์ผู้บริโภค S39 Digital Agency พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางสู่ความสำเร็จของคุณ
📩 ติดต่อเราตอนนี้
📞 02-248-3068 หรือ 061-153-5845 | 📧 info@s39digital.com









