อนาคตการตลาดในยุค AI ผ่านสายตา CEO ของ S39 Digital Agency

AI กำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจและการตลาดอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการวางกลยุทธ์และตัดสินใจทางธุรกิจ หลายองค์กรเริ่มนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ขณะที่อีกหลายองค์กรยังตั้งคำถามว่า ควรเริ่มต้นอย่างไร และ AI จะส่งผลต่อบทบาทของมนุษย์ในอนาคตมากน้อยแค่ไหน

คุณปิยพนธ์ บูรณะศิลปกิจ (CEO, S39 Digital Agency)

เพื่อทำความเข้าใจประเด็นนี้มากขึ้น เราได้พูดคุยกับคุณปิยพนธ์ บูรณะศิลปกิจ (Chief Executive Officer) จาก S39 Digital Agency ถึงมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการตลาดในยุค AI วิธีการนำ AI มาใช้งานจริง รวมถึงแนวทางที่แบรนด์ควรเตรียมตัว หากต้องการแข่งขันและเติบโตในตลาดโลก

 

  1. มองว่า AI กำลังเปลี่ยนโลกการตลาดและธุรกิจเร็วแค่ไหนในตอนนี้

ผมมองว่าเร็วมากครับ และเร็วกว่าเทคโนโลยีหลายอย่างที่เราเคยเห็นมาในอดีตด้วยซ้ำ เมื่อก่อนถ้าแบรนด์จะทำแคมเปญหนึ่งแคมเปญ ต้องใช้เวลาค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่หาข้อมูล ดูตลาด คิดไอเดีย ทำคอนเทนต์ ไปจนถึงวัดผล แต่วันนี้ AI เข้ามาช่วยให้หลายอย่างสะดวกขึ้นมาก แบรนด์สามารถเห็นข้อมูลเร็วขึ้น ทดลองไอเดียได้เร็วขึ้น และปรับแผนได้เร็วขึ้นกว่าเดิม แต่สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญกว่าความเร็ว คือ AI กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของธุรกิจครับ ต่อไปแบรนด์ที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่แบรนด์ที่มีงบเยอะที่สุดเสมอไป แต่เป็นแบรนด์ที่เรียนรู้เร็ว ปรับตัวเร็ว และใช้ข้อมูลได้ดีกว่าคู่แข่งครับ

 

  1. ในวันที่ AI สามารถทำคอนเทนต์ ยิง Ads หรือวิเคราะห์ข้อมูลได้เอง หลายคนมองว่า AI จะเข้ามาแทนคนทำงานด้านครีเอทีฟและเอเจนซี มองเรื่องนี้ว่าอย่างไร และอะไรคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ยังสำคัญอยู่

ผมคิดว่า AI จะมาแทนงานบางส่วนแน่นอนครับ โดยเฉพาะงานที่เป็นงานซ้ำ ๆ หรืองานที่ใช้ข้อมูลเยอะ ๆ แต่ผมไม่คิดว่า AI จะมาแทนคนทำครีเอทีฟหรือเอเจนซีทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้ว การตลาดไม่ใช่แค่การทำคอนเทนต์ให้เสร็จ หรือยิง Ads ให้ได้ตัวเลขดีอย่างเดียว แต่มันคือการเข้าใจคน เข้าใจแบรนด์ และเข้าใจบริบทของตลาด รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการความคิดนอกกรอบ AI อาจช่วยเขียนคอนเทนต์ได้ ช่วยแนะนำบางอย่างได้บ้าง ช่วยดูข้อมูลได้ดี แต่การตัดสินใจว่าแบรนด์ควรพูดอะไร ไม่ควรพูดอะไร อะไรเหมาะกับตลาดนี้ อะไรอาจทำให้คนเข้าใจผิด หรืออะไรที่พูดแล้วคนรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์จริง ๆ ตรงนี้ยังต้องใช้มนุษย์ครับ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับตลาดต่างประเทศ ยิ่งต้องใช้คนที่เข้าใจ Local Insight เพราะแต่ละประเทศไม่ได้คิดเหมือนกัน พฤติกรรมผู้บริโภค แพลตฟอร์ม ภาษา และวัฒนธรรมต่างกันหมด AI ช่วยเราได้มาก แต่คนยังต้องเป็นคนอ่านเกมและตัดสินใจอยู่ดี นี่ยังไม่รวมถึงคำว่า การบริการนะครับ เพราะการเป็นเอเจนซี่ไม่ใช่แค่ที่ปรึกษาแต่เป็นผู้ให้บริการด้วย ไม่ว่า AI จะช่วยคิดควนอย่างไร ยังต้องมีผู้ลงมือทำให้เกิดขึ้นเสมอ

 

  1. S39 มีวิธีปรับตัวหรือใช้ AI เข้ามาช่วยในการทำงานอย่างไรบ้าง

S39 ไม่ได้มอง AI เป็นแค่กระแสครับ แต่มองว่าเป็นเครื่องมือที่ต้องเอามาใช้จริงในการทำงาน ตอนนี้เราใช้ AI ช่วยหลายส่วน ตั้งแต่การหาข้อมูลตลาด ดูเทรนด์ วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค  ช่วยสรุป Insight เบื้องต้น ไปจนถึงช่วยคิดโครงคอนเทนต์เบื้องต้น ช่วยตรวจแกรมม่าในภาษาต่างๆ ทำให้ทีมทำงานได้เร็วขึ้น และเห็นมุมที่หลากหลายขึ้น นอกจากนั้น เรายังมีการใช้เครื่องมือ social listening ประกอบอย่าง Moojing (魔镜) ที่ช่วยวิเคราะห์ VOC หรือ Voice of Customer ที่แท้จริง จากสิ่งที่ผู้บริโภคพูดบนออนไลน์

ทำให้เราไม่ได้มองตลาดจากสมมติฐานของแบรนด์อย่างเดียว แต่เห็นว่าผู้บริโภคกำลังสนใจอะไร พูดถึงแบรนด์หรือสินค้าในมุมไหน มี Pain Point อะไร และอะไรคือโอกาสที่แบรนด์สามารถนำไปต่อยอดได้ แต่เราจะไม่ปล่อยให้ AI หรือเครื่องมือใด ๆ เป็นคนตัดสินทุกอย่างแทนทีมครับ เพราะ Output ที่ได้ยังต้องถูกตรวจสอบ ตีความ และปรับให้เข้ากับบริบทของแบรนด์จริง โดยเฉพาะงานของ S39 ที่เกี่ยวกับตลาดท่องเที่ยวเองอย่างตลาด China / Malaysia  และ Global Marketing ซึ่งต้องเข้าใจทั้งภาษา วัฒนธรรม แพลตฟอร์ม และพฤติกรรมคนในแต่ละตลาด สำหรับเรา AI คือเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมทำงานได้ดีขึ้น ไม่ใช่เครื่องมือที่มาแทนทีม สิ่งที่สำคัญคือเราต้องใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ใช้ข้อมูลให้ถูกทาง และใช้บนความเข้าใจตลาดจริง

 

  1. คิดว่าแบรนด์ไทยควรเริ่มใช้ AI กับเรื่องอะไรก่อน ถ้าอยากแข่งขันในตลาดโลกได้เร็วขึ้น

ผมคิดว่าแบรนด์ไทยควรเริ่มจากการใช้ AI เพื่อเข้าใจตลาดก่อนครับ หลายแบรนด์ไทยมีสินค้าดีมาก แต่พอจะออกไปต่างประเทศ ความยากคือเราอาจยังไม่รู้จักผู้บริโภคในตลาดนั้นดีพอ เช่น เขาชอบอะไร เขากังวลเรื่องอะไร เขาซื้อของจากช่องทางไหน คู่แข่งพูดกับเขาอย่างไร หรือเขามองสินค้าไทยแบบไหน ตรงนี้ AI ช่วยย่นเวลาได้เยอะมาก แบรนด์สามารถใช้ AI ช่วยทำ Research เบื้องต้น ดูเทรนด์ ดูคู่แข่ง หรือหาโอกาสในตลาดใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น ก่อนจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาต่อยอดเป็นกลยุทธ์จริง แต่ผมอยากย้ำว่า AI ช่วยให้เราเริ่มเร็วขึ้นได้ แต่ไม่ได้แปลว่าแบรนด์ควรเชื่อทุกอย่างจาก AI ทันที ข้อมูลยังต้องถูกกรอง ถูกตีความ และปรับให้เข้ากับตลาดจริงอยู่ดี

 

  1. สุดท้าย อยากฝากอะไรถึงแบรนด์ไทยที่กำลังอยากขยายธุรกิจเข้าไปสู่ตลาดโลก

ผมอยากบอกว่าแบรนด์ไทยมีศักยภาพมากครับ หลายแบรนด์มีสินค้าดี มีเรื่องราวที่ดี และมีโอกาสไปได้ไกลกว่าตลาดในประเทศ แต่การไปตลาดโลกวันนี้ ไม่ใช่แค่เอาสินค้าไปวางขายแล้วจบ แบรนด์ต้องเข้าใจว่าคนในตลาดนั้นคิดอย่างไร ใช้แพลตฟอร์มอะไร เชื่ออะไร และจะเชื่อมโยงกับแบรนด์ของเราได้จากมุมไหน AI จะช่วยให้แบรนด์เดินเร็วขึ้นได้แน่นอน แต่สิ่งที่จะทำให้แบรนด์ไปได้ไกลจริง ๆ คือกลยุทธ์ที่ชัด ความเข้าใจตลาด และการลงมือทำอย่างเป็นระบบ สำหรับ S39 เราเชื่อว่าแบรนด์ไทยไปตลาดโลกได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นจีนหรือประเทศอื่น ๆ แต่ต้องไปด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่แค่ไปด้วยความหวัง และหน้าที่ของเราคือช่วยให้แบรนด์เห็นทางที่ชัดขึ้น วางแผนให้ถูกขึ้น และเติบโตในตลาดต่างประเทศได้มั่นใจมากขึ้นครับ

 

AI อาจช่วยให้ธุรกิจทำงานได้เร็วขึ้น เข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น และมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น แต่ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของแบรนด์ยังคงขึ้นอยู่กับการเข้าใจผู้บริโภค การมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน และการตัดสินใจที่ถูกต้องในแต่ละตลาด

สำหรับแบรนด์ที่กำลังมองหาโอกาสเติบโตในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจีน มาเลเซีย หรือตลาดอื่น ๆ การมีข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน

 

📩 ติดต่อเราตอนนี้

📞 02-248-3068 หรือ 061-153-5845 | 📧 info@s39digital.com

แชร์ :

Expand into China and global markets with a trusted partner.

อยากบุกตลาดจีนและต่างประเทศ ให้ S39 ช่วยคุณ!

Country *
Services *
How You Found Us *