ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย แต่หลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่นิยมเดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์และตัดสินใจผ่านบริษัททัวร์ สู่ยุคที่นักเดินทางค้นหาข้อมูล วางแผน และจองทุกอย่างด้วยตนเองผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจตั้งแต่การเลือกจุดหมายปลายทาง ไปจนถึงการเลือกโรงแรมและกิจกรรมระหว่างทริป
ในปี 2026 มีพฤติกรรมอะไรบ้างที่โรงแรมไทยควรรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ มาดู 7 เทรนด์สำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางธุรกิจจากหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก
เทรนด์ 1: วางแผนทริปผ่าน Social Media

ปัจจุบัน Social Media กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมาก จากเดิมที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ท่องเที่ยวหรือบริษัททัวร์ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวหันมาใช้แพลตฟอร์มอย่าง Xiaohongshu และ Douyin เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ วางแผนทริป และเปรียบเทียบตัวเลือกก่อนตัดสินใจจองโรงแรม
โดยเฉพาะ Xiaohongshu ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ผสมผสานระหว่างโซเชียลมีเดียกับ Search Engine ผู้ใช้งานมักค้นหาคำแนะนำเกี่ยวกับที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวจากประสบการณ์จริงของผู้ใช้คนอื่น ขณะที่ Douyin มีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจผ่านวิดีโอสั้นที่สามารถทำให้โรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวกลายเป็นกระแสได้ในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับโรงแรม การมีคอนเทนต์ที่ถูกพูดถึงบนแพลตฟอร์มเหล่านี้จึงมีความสำคัญไม่แพ้การทำโฆษณาบน OTA หรือ Search Engine อีกต่อไป
เทรนด์ 2: เชื่อรีวิวมากกว่าโฆษณา
นักท่องเที่ยวจีนให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข้อมูลที่มาจากผู้ใช้งานจริง พวกเขามักใช้เวลาอ่านรีวิว ดูภาพจากผู้เข้าพักจริง และเปรียบเทียบความคิดเห็นจากหลายแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจจองที่พัก
งานวิจัยที่ศึกษาพฤติกรรมการจองโรงแรมของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยพบว่า รีวิวออนไลน์มีอิทธิพลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและความตั้งใจจองโรงแรม ทั้งรีวิวเชิงบวกและเชิงลบสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจได้ ด้วยเหตุนี้ การดูแลประสบการณ์ลูกค้า การตอบกลับรีวิวอย่างมืออาชีพ และการกระตุ้นให้แขกแชร์ประสบการณ์หลังเข้าพัก จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดที่โรงแรมไม่ควรมองข้าม
เทรนด์ 3: มองหาประสบการณ์เฉพาะตัว
นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ไม่ได้มองหาที่พักเพียงเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนระหว่างการเดินทาง แต่กำลังมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและสะท้อนตัวตนมากขึ้น

Source: Ayasan Care
โรงแรมประเภท Boutique Hotel ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือที่พักที่สามารถเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เทรนด์ด้าน Wellness Tourism เช่น สปา โปรแกรมดูแลสุขภาพ โยคะ หรือกิจกรรมที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกที่พัก
ขณะเดียวกัน ประสบการณ์แบบ Local Experience เช่น เวิร์กช็อปทำอาหารไทย ทริปชุมชน หรือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตจริงของคนท้องถิ่น ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ต้องการประสบการณ์ที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวแบบเดิม
เทรนด์ 4: ถ่ายรูปสวยมีผลต่อการตัดสินใจ

Source: The Momentum
นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากเลือกที่พักจากความสวยงามของภาพที่พบเห็นบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นวิวสระว่ายน้ำ การออกแบบห้องพัก คาเฟ่ภายในโรงแรม หรือมุมถ่ายภาพที่มีเอกลักษณ์ ยิ่งสถานที่มีความโดดเด่นและแชร์ต่อได้ง่าย ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสถูกพูดถึงบนแพลตฟอร์มอย่าง Xiaohongshu และ Douyin
สำหรับโรงแรม ภาพถ่ายที่สวยงามไม่ใช่เพียงองค์ประกอบด้านแบรนด์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Organic Reach และช่วยกระตุ้นการตัดสินใจจองจากผู้บริโภคได้โดยตรง
เทรนด์ 5: นิยมเดินทางแบบอิสระ (FIT)
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของตลาดท่องเที่ยวจีน คือการเติบโตของกลุ่ม FIT (อ่านต่อ: https://s39digital.com/chinese-tourists-trip-com-strategy-podcast/) ซึ่งนิยมวางแผนการเดินทางด้วยตนเองแทนการซื้อแพ็กเกจทัวร์สำเร็จรูป โดยนักเดินทางกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการออกแบบทริป สามารถเลือกโรงแรม กิจกรรม และร้านอาหารที่ตรงกับความสนใจของตัวเองได้มากกว่า ทำให้พวกเขาใช้เวลาศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบตัวเลือกก่อนตัดสินใจมากขึ้น
สำหรับโรงแรม การมีข้อมูลภาษาจีนครบถ้วนบนเว็บไซต์ การรองรับการจองออนไลน์ และการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า FIT
เทรนด์ 6: ตัดสินใจเร็วขึ้นจากโซเชียล
วิดีโอสั้นเพียงไม่กี่วินาทีบน Douyin หรือโพสต์รีวิวที่ได้รับความนิยมบน Xiaohongshu สามารถเปลี่ยนจากการไม่รู้จักให้กลายเป็นอยากไปทันทีได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะเมื่อคอนเทนต์นั้นแสดงถึงประสบการณ์จริงที่เข้าถึงได้ง่าย
ดังนั้น การทำคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องและการสื่อสารแบบ Real-Time จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจจากกระแสที่เกิดขึ้น
เทรนด์ 7: สนใจ Destination ที่เป็น Viral Trend

กระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียสามารถเปลี่ยนจุดหมายปลายทางธรรมดาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมได้อย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากติดตามกระแสการท่องเที่ยวผ่านคอนเทนต์ที่กำลังได้รับความนิยม และมักตัดสินใจเดินทางตามสถานที่ที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์
พฤติกรรมนี้เห็นได้ชัดบน Xiaohongshu ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อการสร้างกระแสการท่องเที่ยว นักเดินทางจำนวนมากเลือกเดินทางตามรีวิวสถานที่ลับ คาเฟ่ใหม่ โรงแรมดีไซน์สวย หรือกิจกรรมที่กำลังเป็นเทรนด์ในขณะนั้น มากกว่าการอ้างอิงจากคู่มือท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม
โรงแรมที่สามารถสร้างจุดขายเฉพาะตัวและนำเสนอผ่านคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับกระแสบนโซเชียล มีโอกาสสูงที่จะได้รับการพูดถึงและดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนได้มากกว่าคู่แข่งในพื้นที่เดียวกัน
โรงแรมที่เข้าใจพฤติกรรมใหม่เหล่านี้ และสามารถสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มที่นักท่องเที่ยวจีนใช้งานจริง จะมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้ก่อนคู่แข่ง พร้อมสร้างยอดจองและการรับรู้แบรนด์ได้อย่างยั่งยืนมากกว่าโรงแรมที่ยังคงใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเดิม S39 Digital Agency พร้อมช่วยวางกลยุทธ์ China Digital Marketing ครบวงจร ตั้งแต่การทำการตลาดบน Xiaohongshu, Douyin, WeChat การบริหาร KOL/KOC ไปจนถึงการสร้างรีวิวและคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่
📩 ติดต่อเราตอนนี้
📞 02-248-3068 หรือ 061-153-5845 | 📧 info@s39digital.com
Source:
New ITB China Travel Trends Report 2025/26 reveals what drives China’s travel market (ITB Berlin)
China travel trends 2025/26: Key shifts in outbound and inbound markets (TravelDailyNews)
Chinese Traveler Sentiment Report: April 2026 (Dragon Trail International)
What Xiaohongshu reveals about Chinese travelers’ new needs (ChinaTravelNews)
China Outbound Travel Market Trends Report 2025 (China Travel Online)








